Chotthanin x Plant Consultant

คู่มือ Smart Index สำหรับตัวแทน · 18/8

เข้าใจทีละเรื่อง
แล้วเล่าให้ลูกค้าฟังได้

เริ่มจากคำถามง่าย ๆ: จ่าย 800,000 บาท แล้วรับ 808,000 บาท คือกำไรเท่าไร?
ดูตัวอย่าง เลือกสถานการณ์ แล้วค่อยเปิดสูตรเมื่ออยากรู้ที่มา

ตัวอย่างเงินบาทก่อนสูตรมีประโยคช่วยอธิบายทุกบทรายละเอียดคณิตศาสตร์กดอ่านเพิ่มได้
เริ่มจากเงินของลูกค้า ↓
01

เริ่มจากตัวอย่างเดียวกัน

808,000 บาท คือเงินรับคืนรวม
ส่วนต่างจากเบี้ยคือ 8,000 บาท

ตัวอย่างอายุ 35 ปี เบี้ยปีละ 100,000 บาท จ่าย 8 ปี ทุนประกัน 100,000 บาท และถือกรมธรรม์ครบ 18 ปีตามเงื่อนไข

ปีที่ 1–8จ่ายปีละ 100,000รวมเบี้ย 800,000 บาท
ปีที่ 9–17ไม่ต้องจ่ายเบี้ยต่อยังถือกรมธรรม์ตามเงื่อนไข
เมื่อครบปีที่ 18รับเงิน 2 ส่วนส่วนรับรอง + ส่วนเพิ่มถ้ามี
ส่วนที่ 1 · รับรองตามสัญญา

เงินครบสัญญา

808,000 บาท
เบี้ยที่จ่ายไป 800,000ส่วนต่างที่ได้รับ 8,000

ยอดรับคืนนี้รวมเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว ส่วนรับรองไม่ขึ้นกับดัชนีหรือค่าเงิน เมื่อชำระครบและถือกรมธรรม์ตามเงื่อนไข

ส่วนที่ 2 · มีโอกาสได้รับ

เงินเพิ่มตามดัชนี

อาจได้เพิ่ม หรือไม่ได้เลย

ตัวอย่างในโบรชัวร์ได้เพิ่ม 498,372 บาท เมื่อค่าเงินวันแรกกับวันสุดท้ายเท่ากัน จึงรับรวม 1,306,372 บาท ตัวเลขส่วนเพิ่มนี้ไม่รับรองการจ่าย

เล่าให้ลูกค้าฟังแบบนี้

“ในตัวอย่างนี้ จ่ายรวมแปดแสน ถ้าถือครบตามเงื่อนไข รับส่วนรับรองแปดแสนแปดพัน และมีโอกาสได้เงินตามดัชนีเพิ่มอีก ส่วนเพิ่มต้องดูผลจริงค่ะ”

จำ 2 คำนี้ให้แม่น
เบี้ย คือเงินที่ลูกค้าจ่าย · ทุนประกัน คือจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ใช้คำนวณผลประโยชน์ ในตัวอย่างนี้ทั้งคู่เท่ากับ 100,000 บาท แต่ใบเสนอราคาจริงต้องตรวจแยกกันตามอายุและเพศ
อยากรู้ว่า 808% คิดอย่างไร?

808% คิดจากทุนประกัน 100,000 บาท จึงเท่ากับ 100,000 × 8.08 = 808,000 บาท ส่วนเบี้ยที่จ่ายรวมคือ 100,000 × 8 = 800,000 บาท

808% เป็นร้อยละของทุนประกัน ไม่ใช่อัตรากำไรหรือผลตอบแทนต่อปี สูตรทั่วไปคือเงินครบสัญญาส่วนรับรอง = 8.08 × ทุนประกัน

อ้างอิง [1] โบรชัวร์ หน้า 2–3 · ตัวอย่างเพื่อศึกษา ต้องตรวจใบเสนอราคาและเงื่อนไขจริงก่อนนำเสนอ

02

เงินเพิ่มมี 3 ปัจจัย

เลือกสถานการณ์
แล้วดูเงินส่วนที่เปลี่ยน

เริ่มจากตัวอย่างเบี้ยปีละ 100,000 บาท ทุน 100,000 บาท และสัดส่วนรับการเติบโต 85% ลองกดแต่ละปุ่มด้านล่าง

1 · ดูดัชนี

โตจากวันแรกเท่าไร?

ดู 5 จุดที่บริษัทกำหนดในปี 14–18 แล้วใช้จุดที่สูงที่สุด ถ้าไม่สูงกว่าวันแรก ส่วนเพิ่มเป็นศูนย์

2 · ดูสัดส่วนที่ได้รับ

ตัวอย่างนี้ใช้ 85%

เรียกว่าอัตราการมีส่วนร่วม หรือ PR เป็นตัวคูณการเติบโตในสูตร ต้องตรวจอัตราของรอบขายนั้น

3 · ดูค่าเงิน

แปลงจากดอลลาร์เป็นบาท

เมื่อปัจจัยอื่นเท่าเดิม บาทแข็งลดเงินส่วนเพิ่ม บาทอ่อนเพิ่มเงินส่วนเพิ่ม ส่วนรับรองยังเท่าเดิม

ลองดู · เงินของลูกค้า

ถ้าดัชนีหรือค่าเงินเปลี่ยน จะได้รับเท่าไร?

ทุกปุ่มใช้เบี้ยและทุนเท่าเดิม เปลี่ยนเฉพาะสถานการณ์ ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อศึกษา

แท่งทั้ง 5 คือระดับดัชนี ณ วันสังเกตของปี 14–18 · สีทอง = จุดที่ใช้คำนวณ · กราฟสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่ข้อมูลดัชนีล่าสุด

อยากทดลองตัวเลขเอง? เปิดช่องกรอก
ระดับดัชนี ณ วันสังเกตที่กำหนดของแต่ละปี

ผลรวมเมื่อครบปีที่ 18 ตามสมมติฐาน

—

เบี้ยชำระรวม 8 ปี
เงินรับคืนส่วนรับรอง
—
ส่วนต่างรับรองจากเบี้ยรวม
—
เงินเพิ่มตามดัชนี · ไม่รับรอง
—
ต่อปี หากไม่มีส่วนเพิ่ม
—
ต่อปี ของผลรวมตัวอย่างนี้
—
ดูวิธีคำนวณและสูตร

G = 8.08 × SB = (8P) × (F₁ ÷ F₀) × PR × max(0, I* ÷ I₀ − 1)M = G + Bเขียนสูตรตัวอย่างในโบรชัวร์ด้วยสัญลักษณ์ · ใช้เบี้ยรายปีคงที่ 8 งวด · B ไม่รับรองการจ่าย
P / S
เบี้ยสัญญาหลักรายปี / จำนวนเงินเอาประกันภัย (บาท)
I₀ / I*
ดัชนีวันแรก / ค่าสูงสุดของระดับดัชนีที่บริษัทกำหนดสำหรับปีกรมธรรม์ที่ 14–18
F₀ / F₁
อัตราแลกเปลี่ยนวันแรก / วันสุดท้าย หน่วยบาทต่อ 1 USD ตามวันคำนวณของบริษัท
PR
อัตราการมีส่วนร่วม: 85% ในตัวอย่าง อัตราของผู้เอาประกันรายนั้นต้องตรวจจากรอบขายและเอกสารจริง
G / B / M
เงินครบกำหนดส่วนรับรอง / ส่วนตามดัชนีตามสูตรตัวอย่าง / ผลรวมเมื่อครบสัญญา

อัตราต่อปีใช้ IRR: คิดจากเบี้ยต้นปี 8 งวด และเงินรับเมื่อครบปีที่ 18 ยังไม่รวมภาษี สัญญาเพิ่มเติม หรือเงินกรณีเสียชีวิต

เล่าให้ลูกค้าฟังแบบนี้

“เงินเพิ่มขึ้นกับดัชนี สัดส่วนที่ระบุในกรมธรรม์ และค่าเงินค่ะ ส่วนเงินรับรองตอนครบสัญญาเป็นอีกส่วนหนึ่ง”

ก่อนใช้ตัวอย่างกับลูกค้าจริง
ตรวจสัดส่วนรับการเติบโตจากรอบขาย และใช้วันดัชนีกับวันค่าเงินตามเงื่อนไขบริษัท ไม่เลือกวันที่ราคาใดราคาหนึ่งดีที่สุดเอง

อ้างอิง [1] หน้า 3–4 และ [2] วันคำนวณ ค่าเงิน และ PR ของแต่ละรอบขาย

03

คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย

แล้วเฉลี่ยกี่ % ต่อปี?

เราใช้ IRR ซึ่งเป็นอัตราที่คำนึงถึงเวลาจ่ายเบี้ยแต่ละงวดและเวลารับเงิน ไม่ต้องจำสูตร เครื่องคำนวณในบทก่อนช่วยคิดให้แล้ว

จ่ายต้นปี 8 งวดเงินแต่ละงวดรอไม่เท่ากันงวดแรกอยู่ในสัญญานานกว่างวดสุดท้าย
ถือครบ 18 ปีรับเงินก้อนตอนปลายทางต้องนับระยะเวลาที่เงินแต่ละงวดอยู่ในสัญญา
จึงใช้ IRRเทียบเป็นอัตราต่อปีเครื่องคำนวณช่วยคิดให้
ตัวอย่างเบี้ยปีละ 100,000 บาท × 8 ปี ทุน 100,000 บาท
กรณีรับรวมปีที่ 18คิดเป็นต่อปี (IRR)
ไม่มีเงินเพิ่มตามดัชนี808,000 บาทประมาณ 0.07%
ตัวอย่างดัชนีในโบรชัวร์1,306,372 บาทประมาณ 3.42%

สมมติค่าเงินคงที่ และสัดส่วนรับการเติบโต 85% · IRR คำนวณจากเบี้ยต้นปี 8 งวด รับเงินเมื่อครบปีที่ 18 · ยังไม่รวมประโยชน์ภาษี · 3.42% เป็นผลของตัวอย่าง ไม่ใช่อัตรารับรอง

ดัชนีโต ≠ ลูกค้าได้เท่ากัน

ดัชนีเป็นเพียงตัวหนึ่งในสูตร ส่วนลูกค้าจ่ายเบี้ยหลายงวดและรับเงินตามกรมธรรม์ จึงต้องคิดอัตราต่อปีจากเงินจ่ายและเงินรับของลูกค้า

สิทธิภาษีคิดเพิ่มเป็นอีกเรื่อง

ลูกค้าแต่ละคนประหยัดภาษีไม่เท่ากัน ต้องดูสิทธิที่เหลือและภาษีจริง ตัวเลขในตารางยังไม่รวมภาษีและไม่ได้บวกเงินกรณีเสียชีวิตเข้าไป

เล่าให้ลูกค้าฟังแบบนี้

“ถ้าเป็นตัวอย่างเงินรวมหนึ่งล้านสามแสน อัตราเทียบต่อปีอยู่ประมาณ 3.42% ก่อนภาษีค่ะ ผลจริงต้องดูดัชนีและค่าเงินเมื่อถึงวันคำนวณ”

อ่านเพิ่ม · สูตร IRR และข้อควรเข้าใจเรื่องข้อมูลย้อนหลัง
0 = −∑t=0…7 P ÷ (1+r)t + M ÷ (1+r)18r คือ IRR รายปีที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิเป็นศูนย์ · จ่ายเบี้ยต้นปี · ตัวอย่างถือครบสัญญา
ตัวเลขเฉลี่ยย้อนหลังต้องอ่านฐานให้ครบ
IRR ของเงินรับเฉลี่ยไม่จำเป็นต้องเท่ากับค่าเฉลี่ย IRR รายช่วง เพราะ IRR เป็นฟังก์ชันไม่เชิงเส้น อีกทั้งช่วงย้อนหลังที่ซ้อนกันไม่ใช่การทดลองอิสระ 75 ครั้ง และข้อมูลก่อนเปิดตัวดัชนี 24 ก.ย. 2567 เป็น backtest

คณิตศาสตร์ในบทนี้เป็นการอธิบายและคำนวณจากกระแสเงินสดที่ระบุ · วันที่เปิดตัวและข้อจำกัด backtest: [3] หน้า 2, 4, 6

04

เข้าใจงานของบริษัทประกัน

บริษัทต้องเตรียมเงิน
ให้พร้อมจ่ายตามสัญญา

คณิตศาสตร์ประกันภัยช่วยตอบว่า ต้องเตรียมเงินเท่าไร สำหรับคนที่จะรับเงินในเวลาและเหตุการณ์ต่างกัน

ต้องตอบให้ได้ · เมื่อไร

เงินต้องพร้อมวันไหน?

เงินครบสัญญาจ่ายปีที่ 18 แต่เงินกรณีเสียชีวิตอาจต้องจ่ายก่อนหน้านั้น จึงต้องวางแผนเวลาให้เงินพร้อม

ต้องตอบให้ได้ · กรณีไหน

ใครจะรับเงินแบบใด?

ใช้ข้อมูลสถิติช่วยประเมินการมีชีวิต การเสียชีวิต และการเวนคืนของกลุ่มผู้เอาประกัน แล้วประเมินภาระของแต่ละเหตุการณ์

ต้องตอบให้ได้ · เผื่ออะไร

ถ้าผลต่างจากที่คาด?

ต้องพิจารณาค่าใช้จ่าย ความเสี่ยง เงินสำรอง และเงินทุน พร้อมบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับภาระจ่าย

ใครทำหน้าที่อะไร?

ผู้รับประกันในประเทศไทย

Allianz Ayudhya Life

เป็นบริษัทประกันที่ทำสัญญากับลูกค้า และรับผิดชอบจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ บริษัทมีนโยบายลงทุนในสัญญาสิทธิที่อ้างอิงดัชนี BNP

บทบาทระดับกลุ่ม Allianz

Allianz Investment Management

ในระดับกลุ่ม Allianz หน่วยงานนี้วางและดูแลแผนลงทุนให้สอดคล้องกับเงินที่บริษัทประกันต้องจ่าย รวมถึงเลือกและติดตามผู้จัดการสินทรัพย์ ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกพอร์ตจริงของกรมธรรม์นี้

ดัชนีและสัญญาสิทธิ

BNP Paribas

จัดทำดัชนีที่ใช้คำนวณส่วนเพิ่ม และเป็นคู่สัญญาสิทธิที่บริษัทระบุ ดัชนีเป็นค่าที่คำนวณตามกฎ ลูกค้าไม่ได้ถือหน่วยของพอร์ตดัชนีโดยตรง

อ้างอิง [4] FAQ เรื่อง Option, [5] บทบาท AIM และ [3] พอร์ตสมมติ · เอกสารเหล่านี้ไม่ระบุสัดส่วนลงทุนจริงหรือต้นทุนป้องกันความเสี่ยงของกรมธรรม์นี้

เล่าให้ลูกค้าฟังแบบนี้

“Allianz Ayudhya เป็นผู้รับผิดชอบจ่ายตามกรมธรรม์ ส่วนดัชนี BNP ใช้อ้างอิงเงินเพิ่ม บริษัทต้องบริหารเงินให้รองรับทั้งเงินครบสัญญาและความคุ้มครองชีวิตค่ะ”

จับคู่การลงทุนกับภาระจ่าย เรียกว่า ALM
นึกถึงการเตรียมเงินสำหรับวันที่ต้องใช้: ต้องดูว่าจะได้เงินเมื่อไร ต้องจ่ายเมื่อไร และใช้สกุลเงินอะไร ในงานประกันต้องพิจารณาความเสี่ยงและภาระหลายกรณีร่วมกันด้วย
อ่านเพิ่ม · สูตรคณิตศาสตร์ประกันภัยและทดลองมูลค่าเงินตามเวลา

หลักคณิตศาสตร์ประกันภัย: เงินเท่ากัน แต่จ่ายต่างเวลาและต่างเหตุการณ์

ให้ qx+t เป็นโอกาสเสียชีวิตในปีถัดไป และ tpx เป็นโอกาสมีชีวิตจากอายุ x ถึงเวลา t ตัวอย่างเช่น tpx = ∏k=0…t−1(1−qx+k) การประเมินภาระจึงถ่วงเงินจ่ายด้วยทั้งโอกาสเกิดเหตุและส่วนลดตามเวลา

EPV(ผลประโยชน์ฐาน)
= ∑t=0…17 [tpx × qx+t × Dt+1 × vt+1]
+ 18px × G × v18แบบจำลองการสอน: v = 1/(1+i), D = เงินกรณีเสียชีวิต จ่ายสิ้นปี · ยังไม่รวมการเวนคืน ค่าใช้จ่าย เงินส่วนดัชนี เงินทุน หรืออัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนตามเวลา · ไม่ใช่สูตรตั้งเบี้ยจริงของบริษัท

เบี้ยและเงินสำรองของจริงต้องรองรับผลประโยชน์ การเวนคืน ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงตามเงื่อนไขที่ใช้ประเมิน เงินสำรองเชิงคาดการณ์มองเป็นมูลค่าปัจจุบันของภาระอนาคต หักมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยอนาคตบนฐานสมมติฐานเดียวกัน ส่วนเงินทุนรองรับผลที่อาจเลวร้ายกว่าสมมติฐาน

ALM เชื่อมภาระกับสินทรัพย์อย่างไร

Asset–Liability Management เปรียบเทียบเวลา สกุลเงิน และความไวต่อดอกเบี้ยของสินทรัพย์กับภาระจ่าย ตัวอย่างเช่น ถ้าภาระระยะยาวลดมูลค่าเร็วเมื่อดอกเบี้ยขึ้น แต่สินทรัพย์ลดช้ากว่า มูลค่าส่วนเกินอาจเปลี่ยนไป การถือพันธบัตรอย่างเดียวจึงไม่บอกว่าบริษัทจับคู่ภาระได้ดีเพียงใด

ห้องทดลอง 02 · มูลค่าเงินตามเวลา

ดอกเบี้ยเปลี่ยน พื้นที่รองรับภาระเปลี่ยน

ใช้ P และ S จากห้องทดลองแรก · สมมติจ่ายเบี้ยครบและมีชีวิตถึงปีที่ 18 ทุกคน เพื่อแยกให้เห็นเฉพาะผลของเวลา

PV เบี้ย = ∑ P/(1+i)t, t = 0…7
PV เงินรับรอง = G/(1+i)18

ส่วนต่างนี้ไม่ใช่กำไรหรืองบ Option จริง
ยังไม่หักภาระเสียชีวิต ค่าใช้จ่าย เงินทุน และต้นทุนความเสี่ยง ไม่ใช่การเปิดเผยการจัดสรรเบี้ยของ Allianz

มูลค่าปัจจุบันของเบี้ย
—
มูลค่าปัจจุบันของ G
—
ส่วนต่างก่อนภาระอื่น
—

ทำไม Option จึงสร้างส่วนเพิ่มได้โดยไม่ให้ B ติดลบ?
รูป max(0, …) มีลักษณะผลจ่ายแบบสิทธิซื้อ: ถ้าดัชนีไม่โต ผลจ่ายส่วนนี้เป็นศูนย์ แต่การได้สิทธิย่อมมีต้นทุน การกำหนด PR จึงไม่สามารถอธิบายจากผลตอบแทนสินทรัพย์อย่างเดียวได้ โครงสร้างราคาและการ hedge จริงต้องดูสัญญาและข้อมูลบริษัท ซึ่งเอกสารสาธารณะที่ตรวจไม่ได้เปิดเผย
05

เข้าใจดัชนีที่ใช้คำนวณเงินเพิ่ม

BNP มีกฎกระจายตลาด
และปรับน้ำหนักตามภาวะตลาด

ดัชนีชื่อ BNP Paribas Multi-Asset Fortitude RC ER คำนวณเป็นดอลลาร์ และอ้างอิงสัญญาฟิวเจอร์สหุ้นกับพันธบัตรรัฐบาลในสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น

1 · กระจายตลาด

ไม่ได้พึ่งประเทศเดียว

อ้างอิงตลาดในสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ผ่านสัญญาฟิวเจอร์ส การกระจายตลาดยังมีความเสี่ยงและอาจขาดทุนได้

2 · เลือกพอร์ตตามกฎ

ดูสัญญาณดอกเบี้ย

ใช้แนวโน้มดอกเบี้ย USD และ EUR เพื่อเลือกระหว่างพอร์ต 2 แบบ แล้วทยอยเปลี่ยนน้ำหนัก ไม่ใช่ให้ผู้จัดการเลือกหุ้นตามความรู้สึก

3 · ปรับน้ำหนักที่รับความเสี่ยง

ตลาดแกว่งมาก ก็ลดน้ำหนักได้

มีกลไกควบคุมความผันผวน การลดน้ำหนักอาจช่วยลดความเสี่ยง แต่ก็อาจรับขาขึ้นได้น้อยลง และไม่ได้รับรองว่าจะไม่ขาดทุน

ลองดู · ตลาดแกว่งมากขึ้น

ลองเลื่อนดูว่าน้ำหนักที่รับความเสี่ยงเปลี่ยนอย่างไร

ภาพจำลองเพื่อเข้าใจหลักการ เมื่อความผันผวนสูงกว่าเป้าหมาย น้ำหนักที่รับความเสี่ยงในตัวอย่างจะลดลง ไม่ใช่ผลคำนวณดัชนี BNP จริง

น้ำหนักที่รับความเสี่ยงในตัวอย่าง

50.0%

ดูสูตรของภาพจำลองนี้

เล่าให้ลูกค้าฟังแบบนี้

“ดัชนีนี้มีกฎกระจายตลาดและปรับน้ำหนักตามภาวะตลาดค่ะ แต่ผลดัชนียังขึ้นลงได้ และเงินที่ได้รับต้องผ่านสูตรกรมธรรม์กับค่าเงินอีกขั้น”

อ่านเพิ่ม · พอร์ต 2 แบบ น้ำหนักตลาด และศัพท์ ER / RC

ฟิวเจอร์สคือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ดัชนีนี้ใช้การเปลี่ยนราคาของสัญญาและผลจากการเปลี่ยนสัญญาที่ใกล้หมดอายุเป็นฐานคำนวณ ไม่ใช่การถือหุ้นหรือพันธบัตรโดยตรง

กฎเลือกพอร์ตใช้แนวโน้มดอกเบี้ย USD และ EUR ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมให้น้ำหนักข้อมูลใหม่ผ่านการทำให้เรียบ แล้วทยอยเปลี่ยนน้ำหนักพอร์ตใน 5 วันทำการ เป้าหมายความผันผวนของ Risk-on คือ 5% และ Reserve คือ 3% ต่อปี เป็นเป้าหมายที่ไม่รับรองว่าจะทำได้ทุกช่วง

น้ำหนักพอร์ตตั้งต้นตามเอกสารดัชนี ก่อนกลไกปรับ exposure
ตลาดRisk-on หุ้นRisk-on พันธบัตรReserve หุ้น
สหรัฐฯ25%25%25%
ยุโรป12.5%12.5%12.5%
ญี่ปุ่น12.5%12.5%12.5%

Reserve ไม่มีน้ำหนักพันธบัตรในพอร์ตตั้งต้นที่แสดง · น้ำหนักในตารางไม่ใช่ exposure สุดท้ายของทุกวัน · สรุปจาก [3] หน้า 2–3

ER · Excess Return

ผลดัชนีรวมการเปลี่ยนราคาฟิวเจอร์สและผลจากการ roll สัญญา ไม่รวม collateral return แบบ total return ระดับดัชนียังสะท้อนต้นทุน replication และ rebalancing ตามเอกสาร จึงไม่เท่ากับซื้อหุ้นและพันธบัตรตรง ๆ

RC · Risk Control

การลด exposure อาจลดการเข้าร่วมขาขึ้น และป้องกันการตกฉับพลันได้จำกัด Reserve ก็ยังมีหุ้น จึงไม่ควรอธิบายว่าเป็นพอร์ตเงินสดหรือพอร์ตที่ไม่ขาดทุน

มีความเสี่ยงค่าเงินสองชั้นที่ต้องแยกกัน
กลไก hedge ของสินทรัพย์ภายในดัชนี กับการแปลงผลประโยชน์จาก USD เป็นบาทในสูตรกรมธรรม์เป็นคนละขั้น การมี hedge ภายในดัชนีไม่ได้ทำให้ตัวคูณ F₁/F₀ ของกรมธรรม์หายไป

กลไกและข้อจำกัดดัชนี: [3] หน้า 3, 6–7 · สูตรแปลงค่าเงินกรมธรรม์: [2]

06

ซ้อมก่อนคุยกับลูกค้า

ตอบคำถามง่าย ๆ
ให้ชัดเจนและตรงประเด็น

ลองเลือกคำตอบด้านล่าง แล้วใช้คำถามที่พบบ่อยทบทวนก่อนนำเสนอ

จ่ายรวม 800,000 รับคืนส่วนรับรอง 808,000 ส่วนต่างเท่าไร?

ลองตอบก่อน แล้วค่อยดูคำอธิบาย

ลูกค้าถามว่า “808,000 บาท คือกำไรทั้งหมดใช่ไหม?”

ในตัวอย่างนี้ 808,000 บาทเป็นเงินรับคืนรวม เมื่อหักเบี้ยรวม 800,000 บาท ส่วนต่างรับรองคือ 8,000 บาท ส่วนเงินเพิ่มตามดัชนีต้องดูผลจริง และยังไม่รวมประโยชน์ภาษี

ลูกค้าถามว่า “เงินภาษีกับเงินเสียชีวิต บวกเข้ายอดครบสัญญาได้เลยไหม?”

แสดงแยกกัน ภาษีเป็นประโยชน์ตามสิทธิและสถานะภาษีของลูกค้า ส่วนเงินกรณีเสียชีวิตจ่ายเมื่อเกิดเหตุเสียชีวิตตามเงื่อนไข ไม่ได้รับพร้อมเงินครบสัญญาในเหตุการณ์เดียวกัน

01 · ถ้าปี 16 สูงที่สุด แต่ปี 18 ดัชนีตก จะใช้ค่าไหน?

ใช้ค่าสูงสุดของจุดสังเกตปี 14–18 ตามวันคำนวณที่บริษัทกำหนด จึงอาจเป็นปี 16 แต่ไม่ใช้จุดสูงสุดรายวันตลอดปี และต้องใช้ค่าเงินวันสุดท้ายตามเงื่อนไข ไม่เลือกค่าเงินที่ดีที่สุดเอง

02 · ถ้าดัชนีต่ำกว่าวันแรก เงินทั้งหมดจะลดลงไหม?

เงินเพิ่มตามดัชนีเป็นศูนย์ แต่เงินครบสัญญาส่วนรับรองยังเป็นไปตามสัญญาเมื่อถือครบและทำตามเงื่อนไข หากเวนคืนก่อนครบต้องดูตารางเวนคืน ซึ่งอาจต่ำกว่าเบี้ยที่จ่าย

03 · ลูกค้าคนใหม่ต้องได้สัดส่วนรับการเติบโต 85% เสมอไหม?

ไม่ควรสรุปเช่นนั้น หน้าแสดงข้อมูลของบริษัทระบุว่าอัตราอาจต่างกันตามรอบขาย แต่ PR ที่กำหนด ณ วันออกกรมธรรม์ของผู้เอาประกันรายนั้นไม่เปลี่ยนตลอดสัญญา ตรวจเอกสารรอบขายก่อนใช้

04 · ประกันได้เงินส่วนเพิ่มเหมือนการถือกองทุน BNP หรือไม่?

ผลประโยชน์ของลูกค้าเกิดจากสูตรกรมธรรม์ ดัชนีเป็นฐานอ้างอิง และบริษัทใช้สัญญาสิทธิ ผู้เอาประกันไม่ได้ถือหน่วยของพอร์ตดัชนี การโตของดัชนีจึงไม่เท่ากับผลตอบแทนต่อปีของลูกค้า

05 · ใช้สูตรครบกำหนดกับการเสียชีวิตหรือเวนคืนได้ไหม?

ไม่ได้ เงินฐานกรณีเสียชีวิตใช้ร้อยละตามปีกรมธรรม์หรือค่าเวนคืน แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า ส่วนเพิ่มกรณีเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2 และกรณีเวนคืนตั้งแต่ปี 9 เป็นไปตามสูตรและเงื่อนไขเฉพาะเหตุการณ์ ต้องเปิดกรมธรรม์และเอกสารบริษัท ไม่ใส่เบี้ยรวม 8 ปีหรือค่าสูงสุดปี 14–18 โดยอัตโนมัติ

06 · ข้อมูลใดที่ยังต้องขอจากบริษัทเพื่อวิเคราะห์จริง?

ใบเสนอราคาตามอายุและเพศ ตารางเวนคืน วันเริ่มดัชนีและค่าเงิน PR ของรอบขาย สูตรส่วนเพิ่มของแต่ละเหตุการณ์ และเงื่อนไขเปลี่ยนดัชนี ข้อมูลราคา Option สัดส่วนสินทรัพย์ ตาราง mortality และสมมติฐานสำรองจริงไม่ได้เปิดเผยในแหล่งที่ตรวจ จึงไม่ควรสร้างตัวเลขแทนแล้วบอกว่าเป็นของบริษัท

เฉลยด้านสัญญาอ้างอิง [4] ผลประโยชน์และ FAQ กับ [2] PR และวันคำนวณ

07

GO TO THE SOURCE

อ่านต้นทาง เพื่อเข้าใจให้ครบ

เรียบเรียงเพื่อการศึกษาของตัวแทนโดยผู้จัดทำเว็บไซต์ ไม่ใช่เอกสารฝึกอบรมที่ออกหรือรับรองโดย Allianz หรือ BNP Paribas · ตรวจลิงก์วันที่ 7 ต.ค. 2569

  1. [1] โบรชัวร์ มาย สมาร์ต อินเด็กซ์ 18/8 ↗ฉบับ Sep 2026 · หน้า 2 ผลประโยชน์ · หน้า 3 สูตรและตัวอย่าง · หน้า 4 ความเสี่ยงค่าเงินและ Option
  2. [2] Allianz Ayudhya · ข้อมูลดัชนีและอัตราแลกเปลี่ยน ↗อ่าน PR ตามรอบขาย วันคำนวณ และข้อกำหนดการแปลงค่าเงิน · ข้อมูลหน้านี้อาจอัปเดตหลังวันที่ตรวจ
  3. [3] BNP Paribas · Fortitude RC ER Factsheet, Sep 2026 ↗เอกสารดัชนีเดียวกันที่บริษัทลิงก์ไว้ แม้เส้นทางไฟล์จะอยู่ในโฟลเดอร์ 10/2 · หน้า 2–3 กลไก · หน้า 6–7 ข้อจำกัด · อ่านตามข้อกำหนดการใช้เอกสารต้นทาง
  4. [4] Allianz Ayudhya · หน้าแบบประกันและ FAQ ↗รายละเอียดคู่สัญญา การลงทุนใน Option และเหตุการณ์ครบกำหนด เสียชีวิต เวนคืน หรือเปลี่ยนดัชนี
  5. [5] Allianz · บทบาท Allianz Investment Management SE ↗ALM, Investment Strategy และ Asset Manager Management เป็นบทบาทระดับกลุ่ม ไม่ใช่การเปิดเผยพอร์ตจริงของ Smart Index 18/8
วิธีใช้หน้านี้กับเอกสารจริง
ใช้ห้องทดลองเพื่อเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวแปร แล้วตรวจค่า P, S, PR, ดัชนี และค่าเงินจากเอกสารของผู้เอาประกันแต่ละราย กรมธรรม์และข้อกำหนดบริษัทเป็นหลักในการจ่ายผลประโยชน์ ตัวอย่างทั้งหมดไม่ใช่การพยากรณ์หรือการรับรองผลตอบแทน
← กลับหน้า Smart Index