เงินครบสัญญา
808,000 บาทยอดรับคืนนี้รวมเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว ส่วนรับรองไม่ขึ้นกับดัชนีหรือค่าเงิน เมื่อชำระครบและถือกรมธรรม์ตามเงื่อนไข
คู่มือ Smart Index สำหรับตัวแทน · 18/8
เริ่มจากคำถามง่าย ๆ: จ่าย 800,000 บาท แล้วรับ 808,000 บาท คือกำไรเท่าไร?
ดูตัวอย่าง เลือกสถานการณ์ แล้วค่อยเปิดสูตรเมื่ออยากรู้ที่มา
เริ่มจากตัวอย่างเดียวกัน
ตัวอย่างอายุ 35 ปี เบี้ยปีละ 100,000 บาท จ่าย 8 ปี ทุนประกัน 100,000 บาท และถือกรมธรรม์ครบ 18 ปีตามเงื่อนไข
ยอดรับคืนนี้รวมเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว ส่วนรับรองไม่ขึ้นกับดัชนีหรือค่าเงิน เมื่อชำระครบและถือกรมธรรม์ตามเงื่อนไข
ตัวอย่างในโบรชัวร์ได้เพิ่ม 498,372 บาท เมื่อค่าเงินวันแรกกับวันสุดท้ายเท่ากัน จึงรับรวม 1,306,372 บาท ตัวเลขส่วนเพิ่มนี้ไม่รับรองการจ่าย
เล่าให้ลูกค้าฟังแบบนี้“ในตัวอย่างนี้ จ่ายรวมแปดแสน ถ้าถือครบตามเงื่อนไข รับส่วนรับรองแปดแสนแปดพัน และมีโอกาสได้เงินตามดัชนีเพิ่มอีก ส่วนเพิ่มต้องดูผลจริงค่ะ”
808% คิดจากทุนประกัน 100,000 บาท จึงเท่ากับ 100,000 × 8.08 = 808,000 บาท ส่วนเบี้ยที่จ่ายรวมคือ 100,000 × 8 = 800,000 บาท
808% เป็นร้อยละของทุนประกัน ไม่ใช่อัตรากำไรหรือผลตอบแทนต่อปี สูตรทั่วไปคือเงินครบสัญญาส่วนรับรอง = 8.08 × ทุนประกัน
อ้างอิง [1] โบรชัวร์ หน้า 2–3 · ตัวอย่างเพื่อศึกษา ต้องตรวจใบเสนอราคาและเงื่อนไขจริงก่อนนำเสนอ
เงินเพิ่มมี 3 ปัจจัย
เริ่มจากตัวอย่างเบี้ยปีละ 100,000 บาท ทุน 100,000 บาท และสัดส่วนรับการเติบโต 85% ลองกดแต่ละปุ่มด้านล่าง
ดู 5 จุดที่บริษัทกำหนดในปี 14–18 แล้วใช้จุดที่สูงที่สุด ถ้าไม่สูงกว่าวันแรก ส่วนเพิ่มเป็นศูนย์
เรียกว่าอัตราการมีส่วนร่วม หรือ PR เป็นตัวคูณการเติบโตในสูตร ต้องตรวจอัตราของรอบขายนั้น
เมื่อปัจจัยอื่นเท่าเดิม บาทแข็งลดเงินส่วนเพิ่ม บาทอ่อนเพิ่มเงินส่วนเพิ่ม ส่วนรับรองยังเท่าเดิม
ทุกปุ่มใช้เบี้ยและทุนเท่าเดิม เปลี่ยนเฉพาะสถานการณ์ ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่อศึกษา
ผลรวมเมื่อครบปีที่ 18 ตามสมมติฐาน
—
อัตราต่อปีใช้ IRR: คิดจากเบี้ยต้นปี 8 งวด และเงินรับเมื่อครบปีที่ 18 ยังไม่รวมภาษี สัญญาเพิ่มเติม หรือเงินกรณีเสียชีวิต
เล่าให้ลูกค้าฟังแบบนี้“เงินเพิ่มขึ้นกับดัชนี สัดส่วนที่ระบุในกรมธรรม์ และค่าเงินค่ะ ส่วนเงินรับรองตอนครบสัญญาเป็นอีกส่วนหนึ่ง”
ก่อนใช้ตัวอย่างกับลูกค้าจริง
ตรวจสัดส่วนรับการเติบโตจากรอบขาย และใช้วันดัชนีกับวันค่าเงินตามเงื่อนไขบริษัท ไม่เลือกวันที่ราคาใดราคาหนึ่งดีที่สุดเอง
อ้างอิง [1] หน้า 3–4 และ [2] วันคำนวณ ค่าเงิน และ PR ของแต่ละรอบขาย
คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย
เราใช้ IRR ซึ่งเป็นอัตราที่คำนึงถึงเวลาจ่ายเบี้ยแต่ละงวดและเวลารับเงิน ไม่ต้องจำสูตร เครื่องคำนวณในบทก่อนช่วยคิดให้แล้ว
| กรณี | รับรวมปีที่ 18 | คิดเป็นต่อปี (IRR) |
|---|---|---|
| ไม่มีเงินเพิ่มตามดัชนี | 808,000 บาท | ประมาณ 0.07% |
| ตัวอย่างดัชนีในโบรชัวร์ | 1,306,372 บาท | ประมาณ 3.42% |
สมมติค่าเงินคงที่ และสัดส่วนรับการเติบโต 85% · IRR คำนวณจากเบี้ยต้นปี 8 งวด รับเงินเมื่อครบปีที่ 18 · ยังไม่รวมประโยชน์ภาษี · 3.42% เป็นผลของตัวอย่าง ไม่ใช่อัตรารับรอง
ดัชนีเป็นเพียงตัวหนึ่งในสูตร ส่วนลูกค้าจ่ายเบี้ยหลายงวดและรับเงินตามกรมธรรม์ จึงต้องคิดอัตราต่อปีจากเงินจ่ายและเงินรับของลูกค้า
ลูกค้าแต่ละคนประหยัดภาษีไม่เท่ากัน ต้องดูสิทธิที่เหลือและภาษีจริง ตัวเลขในตารางยังไม่รวมภาษีและไม่ได้บวกเงินกรณีเสียชีวิตเข้าไป
เล่าให้ลูกค้าฟังแบบนี้“ถ้าเป็นตัวอย่างเงินรวมหนึ่งล้านสามแสน อัตราเทียบต่อปีอยู่ประมาณ 3.42% ก่อนภาษีค่ะ ผลจริงต้องดูดัชนีและค่าเงินเมื่อถึงวันคำนวณ”
คณิตศาสตร์ในบทนี้เป็นการอธิบายและคำนวณจากกระแสเงินสดที่ระบุ · วันที่เปิดตัวและข้อจำกัด backtest: [3] หน้า 2, 4, 6
เข้าใจงานของบริษัทประกัน
คณิตศาสตร์ประกันภัยช่วยตอบว่า ต้องเตรียมเงินเท่าไร สำหรับคนที่จะรับเงินในเวลาและเหตุการณ์ต่างกัน
เงินครบสัญญาจ่ายปีที่ 18 แต่เงินกรณีเสียชีวิตอาจต้องจ่ายก่อนหน้านั้น จึงต้องวางแผนเวลาให้เงินพร้อม
ใช้ข้อมูลสถิติช่วยประเมินการมีชีวิต การเสียชีวิต และการเวนคืนของกลุ่มผู้เอาประกัน แล้วประเมินภาระของแต่ละเหตุการณ์
ต้องพิจารณาค่าใช้จ่าย ความเสี่ยง เงินสำรอง และเงินทุน พร้อมบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับภาระจ่าย
เป็นบริษัทประกันที่ทำสัญญากับลูกค้า และรับผิดชอบจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ บริษัทมีนโยบายลงทุนในสัญญาสิทธิที่อ้างอิงดัชนี BNP
ในระดับกลุ่ม Allianz หน่วยงานนี้วางและดูแลแผนลงทุนให้สอดคล้องกับเงินที่บริษัทประกันต้องจ่าย รวมถึงเลือกและติดตามผู้จัดการสินทรัพย์ ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกพอร์ตจริงของกรมธรรม์นี้
จัดทำดัชนีที่ใช้คำนวณส่วนเพิ่ม และเป็นคู่สัญญาสิทธิที่บริษัทระบุ ดัชนีเป็นค่าที่คำนวณตามกฎ ลูกค้าไม่ได้ถือหน่วยของพอร์ตดัชนีโดยตรง
อ้างอิง [4] FAQ เรื่อง Option, [5] บทบาท AIM และ [3] พอร์ตสมมติ · เอกสารเหล่านี้ไม่ระบุสัดส่วนลงทุนจริงหรือต้นทุนป้องกันความเสี่ยงของกรมธรรม์นี้
เล่าให้ลูกค้าฟังแบบนี้“Allianz Ayudhya เป็นผู้รับผิดชอบจ่ายตามกรมธรรม์ ส่วนดัชนี BNP ใช้อ้างอิงเงินเพิ่ม บริษัทต้องบริหารเงินให้รองรับทั้งเงินครบสัญญาและความคุ้มครองชีวิตค่ะ”
ให้ qx+t เป็นโอกาสเสียชีวิตในปีถัดไป และ tpx เป็นโอกาสมีชีวิตจากอายุ x ถึงเวลา t ตัวอย่างเช่น tpx = ∏k=0…t−1(1−qx+k) การประเมินภาระจึงถ่วงเงินจ่ายด้วยทั้งโอกาสเกิดเหตุและส่วนลดตามเวลา
เบี้ยและเงินสำรองของจริงต้องรองรับผลประโยชน์ การเวนคืน ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงตามเงื่อนไขที่ใช้ประเมิน เงินสำรองเชิงคาดการณ์มองเป็นมูลค่าปัจจุบันของภาระอนาคต หักมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยอนาคตบนฐานสมมติฐานเดียวกัน ส่วนเงินทุนรองรับผลที่อาจเลวร้ายกว่าสมมติฐาน
Asset–Liability Management เปรียบเทียบเวลา สกุลเงิน และความไวต่อดอกเบี้ยของสินทรัพย์กับภาระจ่าย ตัวอย่างเช่น ถ้าภาระระยะยาวลดมูลค่าเร็วเมื่อดอกเบี้ยขึ้น แต่สินทรัพย์ลดช้ากว่า มูลค่าส่วนเกินอาจเปลี่ยนไป การถือพันธบัตรอย่างเดียวจึงไม่บอกว่าบริษัทจับคู่ภาระได้ดีเพียงใด
ใช้ P และ S จากห้องทดลองแรก · สมมติจ่ายเบี้ยครบและมีชีวิตถึงปีที่ 18 ทุกคน เพื่อแยกให้เห็นเฉพาะผลของเวลา
PV เบี้ย = ∑ P/(1+i)t, t = 0…7
PV เงินรับรอง = G/(1+i)18
ส่วนต่างนี้ไม่ใช่กำไรหรืองบ Option จริง
ยังไม่หักภาระเสียชีวิต ค่าใช้จ่าย เงินทุน และต้นทุนความเสี่ยง ไม่ใช่การเปิดเผยการจัดสรรเบี้ยของ Allianz
เข้าใจดัชนีที่ใช้คำนวณเงินเพิ่ม
ดัชนีชื่อ BNP Paribas Multi-Asset Fortitude RC ER คำนวณเป็นดอลลาร์ และอ้างอิงสัญญาฟิวเจอร์สหุ้นกับพันธบัตรรัฐบาลในสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น
อ้างอิงตลาดในสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ผ่านสัญญาฟิวเจอร์ส การกระจายตลาดยังมีความเสี่ยงและอาจขาดทุนได้
ใช้แนวโน้มดอกเบี้ย USD และ EUR เพื่อเลือกระหว่างพอร์ต 2 แบบ แล้วทยอยเปลี่ยนน้ำหนัก ไม่ใช่ให้ผู้จัดการเลือกหุ้นตามความรู้สึก
มีกลไกควบคุมความผันผวน การลดน้ำหนักอาจช่วยลดความเสี่ยง แต่ก็อาจรับขาขึ้นได้น้อยลง และไม่ได้รับรองว่าจะไม่ขาดทุน
ภาพจำลองเพื่อเข้าใจหลักการ เมื่อความผันผวนสูงกว่าเป้าหมาย น้ำหนักที่รับความเสี่ยงในตัวอย่างจะลดลง ไม่ใช่ผลคำนวณดัชนี BNP จริง
น้ำหนักที่รับความเสี่ยงในตัวอย่าง
50.0%
เล่าให้ลูกค้าฟังแบบนี้“ดัชนีนี้มีกฎกระจายตลาดและปรับน้ำหนักตามภาวะตลาดค่ะ แต่ผลดัชนียังขึ้นลงได้ และเงินที่ได้รับต้องผ่านสูตรกรมธรรม์กับค่าเงินอีกขั้น”
ฟิวเจอร์สคือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ดัชนีนี้ใช้การเปลี่ยนราคาของสัญญาและผลจากการเปลี่ยนสัญญาที่ใกล้หมดอายุเป็นฐานคำนวณ ไม่ใช่การถือหุ้นหรือพันธบัตรโดยตรง
กฎเลือกพอร์ตใช้แนวโน้มดอกเบี้ย USD และ EUR ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมให้น้ำหนักข้อมูลใหม่ผ่านการทำให้เรียบ แล้วทยอยเปลี่ยนน้ำหนักพอร์ตใน 5 วันทำการ เป้าหมายความผันผวนของ Risk-on คือ 5% และ Reserve คือ 3% ต่อปี เป็นเป้าหมายที่ไม่รับรองว่าจะทำได้ทุกช่วง
| ตลาด | Risk-on หุ้น | Risk-on พันธบัตร | Reserve หุ้น |
|---|---|---|---|
| สหรัฐฯ | 25% | 25% | 25% |
| ยุโรป | 12.5% | 12.5% | 12.5% |
| ญี่ปุ่น | 12.5% | 12.5% | 12.5% |
Reserve ไม่มีน้ำหนักพันธบัตรในพอร์ตตั้งต้นที่แสดง · น้ำหนักในตารางไม่ใช่ exposure สุดท้ายของทุกวัน · สรุปจาก [3] หน้า 2–3
ผลดัชนีรวมการเปลี่ยนราคาฟิวเจอร์สและผลจากการ roll สัญญา ไม่รวม collateral return แบบ total return ระดับดัชนียังสะท้อนต้นทุน replication และ rebalancing ตามเอกสาร จึงไม่เท่ากับซื้อหุ้นและพันธบัตรตรง ๆ
การลด exposure อาจลดการเข้าร่วมขาขึ้น และป้องกันการตกฉับพลันได้จำกัด Reserve ก็ยังมีหุ้น จึงไม่ควรอธิบายว่าเป็นพอร์ตเงินสดหรือพอร์ตที่ไม่ขาดทุน
กลไกและข้อจำกัดดัชนี: [3] หน้า 3, 6–7 · สูตรแปลงค่าเงินกรมธรรม์: [2]
ซ้อมก่อนคุยกับลูกค้า
ลองเลือกคำตอบด้านล่าง แล้วใช้คำถามที่พบบ่อยทบทวนก่อนนำเสนอ
ลองตอบก่อน แล้วค่อยดูคำอธิบาย
ในตัวอย่างนี้ 808,000 บาทเป็นเงินรับคืนรวม เมื่อหักเบี้ยรวม 800,000 บาท ส่วนต่างรับรองคือ 8,000 บาท ส่วนเงินเพิ่มตามดัชนีต้องดูผลจริง และยังไม่รวมประโยชน์ภาษี
แสดงแยกกัน ภาษีเป็นประโยชน์ตามสิทธิและสถานะภาษีของลูกค้า ส่วนเงินกรณีเสียชีวิตจ่ายเมื่อเกิดเหตุเสียชีวิตตามเงื่อนไข ไม่ได้รับพร้อมเงินครบสัญญาในเหตุการณ์เดียวกัน
ใช้ค่าสูงสุดของจุดสังเกตปี 14–18 ตามวันคำนวณที่บริษัทกำหนด จึงอาจเป็นปี 16 แต่ไม่ใช้จุดสูงสุดรายวันตลอดปี และต้องใช้ค่าเงินวันสุดท้ายตามเงื่อนไข ไม่เลือกค่าเงินที่ดีที่สุดเอง
เงินเพิ่มตามดัชนีเป็นศูนย์ แต่เงินครบสัญญาส่วนรับรองยังเป็นไปตามสัญญาเมื่อถือครบและทำตามเงื่อนไข หากเวนคืนก่อนครบต้องดูตารางเวนคืน ซึ่งอาจต่ำกว่าเบี้ยที่จ่าย
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น หน้าแสดงข้อมูลของบริษัทระบุว่าอัตราอาจต่างกันตามรอบขาย แต่ PR ที่กำหนด ณ วันออกกรมธรรม์ของผู้เอาประกันรายนั้นไม่เปลี่ยนตลอดสัญญา ตรวจเอกสารรอบขายก่อนใช้
ผลประโยชน์ของลูกค้าเกิดจากสูตรกรมธรรม์ ดัชนีเป็นฐานอ้างอิง และบริษัทใช้สัญญาสิทธิ ผู้เอาประกันไม่ได้ถือหน่วยของพอร์ตดัชนี การโตของดัชนีจึงไม่เท่ากับผลตอบแทนต่อปีของลูกค้า
ไม่ได้ เงินฐานกรณีเสียชีวิตใช้ร้อยละตามปีกรมธรรม์หรือค่าเวนคืน แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า ส่วนเพิ่มกรณีเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2 และกรณีเวนคืนตั้งแต่ปี 9 เป็นไปตามสูตรและเงื่อนไขเฉพาะเหตุการณ์ ต้องเปิดกรมธรรม์และเอกสารบริษัท ไม่ใส่เบี้ยรวม 8 ปีหรือค่าสูงสุดปี 14–18 โดยอัตโนมัติ
ใบเสนอราคาตามอายุและเพศ ตารางเวนคืน วันเริ่มดัชนีและค่าเงิน PR ของรอบขาย สูตรส่วนเพิ่มของแต่ละเหตุการณ์ และเงื่อนไขเปลี่ยนดัชนี ข้อมูลราคา Option สัดส่วนสินทรัพย์ ตาราง mortality และสมมติฐานสำรองจริงไม่ได้เปิดเผยในแหล่งที่ตรวจ จึงไม่ควรสร้างตัวเลขแทนแล้วบอกว่าเป็นของบริษัท
เฉลยด้านสัญญาอ้างอิง [4] ผลประโยชน์และ FAQ กับ [2] PR และวันคำนวณ
GO TO THE SOURCE
เรียบเรียงเพื่อการศึกษาของตัวแทนโดยผู้จัดทำเว็บไซต์ ไม่ใช่เอกสารฝึกอบรมที่ออกหรือรับรองโดย Allianz หรือ BNP Paribas · ตรวจลิงก์วันที่ 7 ต.ค. 2569